Full Metal Panic! The End of Day by Day แปลไทย (บทที่ 2 ส่วนสุดท้าย)
posted on 16 Aug 2008 20:56 by ilolamai in Fullmetalpanic
บทที่ 2 Under the Water's Surface(ส่วนสุดท้าย)
โซสึเกะช่วยคานาเมะทำความสะอาดห้องน้ำ และหลังจากรับประทานอาหารมื้อเย็นแบบเบาๆกันแล้ว เขาก็บอกลาเธอ
เขารู้สึกไม่อยากจากเธอไปเลย
เมื่อออกจากอพาร์ตเมนต์ฟ้าก็มืดแล้ว ตอนนี้เลยสองทุ่มมาได้ซักพัก แต่ก็ยังมีหลายคนอยู่บนทางเท้า นักธุรกิจกำลังกลับบ้าน เด็กประถมกลับจากเรียนพิเศษ คู่รักจูงสุนัขเดินเล่น โซสึเกะเดินผ่านผู้คนเหล่านี้ ตรงไปยังอพาร์ตเมนต์ที่อยู่ตรงข้ามกับห้องของคานาเมะ
เขาก้าวเท้าอย่างแผ่วเบา แต่ในใจนั้นฮึกเฮิม
สภาพจิตใจของเขาดีขึ้นมาก เมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว ในหัวของเขาเต็มไปด้วยความคิดเกี่ยวกับ"เรธ" งาน และเรื่องที่เหมาพูดเกี่ยวกับอนาคต จนไม่มีที่ว่างสำหรับเรื่องอื่น แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว "ทำไมไม่เผชิญหน้ากับมันเลยล่ะ "นั่นคือความรู้สึกของเขาตอนนี้
คุ้มกันคานาเมะ ปรับตัวให้เขากับสังคม ฝึกซ้อมที่เกาะเมริดา รวมทั้งการรบด้วย เขาจะพยายามจัดการกับสิ่งเหล่านี้ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
คานาเมะต้องพึ่งพาเขา อะไรจะเกิดขึ้นถ้าเขาขาดความมั่นใจในตนเอง
(ใช่แล้ว...)
ไว้ค่อยกังวลเรื่องพวกนี้สัปดาห์หน้าก็แล้วกัน
เขายังมีงานกองเท่าภูเขารออยู่ อย่างแรกคือกลับบ้านแล้วส่งรายงานประจำวันไปที่เกาะ ต่อไปก็จัดการกับอุปกรณ์และอาวุธ ตรวจสอบระบบเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งเอาไว้รอบบริเวณ เสร็จแล้วก็ตั้งใจเรียนเพื่อสอบซ่อม
เขาเร่งฝีเท้ากลับบ้าน เปิดคอมพิวเตอร์โน๊ตบุคที่ต่อผ่านดาวเทียม แล้วพิมพ์รายงานลงไปในเวลาห้านาที หลังจากเปิดมันผ่านโปรแกรมเพื่อเข้ารหัสแล้วเขาก็ส่งมันไปทันที ไม่นานนักก็ได้รับข้อความว่า"ส่งข้อมูลเสร็จสิ้น" ซึ่งมาพร้อมกับไฟล์ที่เข้ารหัสเอาไว้อีกไฟล์หนึ่ง
"...?"
ไฟล์นั้นคือ "คำสั่ง" จากศูนย์บัญชาการ
คำสั่งสำคัญที่สุด (98J005-3128)
191121Z
จาก ศูนย์บัญชากองเรือแปซิฟิกตะวันตก
ถึง URZU 7/ สิบโทซางาระ โซสึเกะ
A: ศูนย์บัญชากองเรือฝ่ายบัญชาการและปฏิบัติการ ได้ยกเลิกคำสั่งปฏิบัติที่ 98E001-3128 (ชื่อปฏิบัติการ:คุ้มกันนางฟ้า) เมื่อเวลา 15.00 น.(GMT)
B: ให้ URZU 7 ถอนตัวจากเซฟเฮ้าส์ไปตามเส้นทาง 3B กลับไปยังเกาะเมริด้าทันที
C: ส่งจดหมายลาออกไปยังโรงเรียนมัธยมปลายจินได เหตุผลในการลาออกให้ URZU 7 เป็นคนตัดสินใจ
D: ภารกิจในการคุ้มกัน จิโดริ คานาเมะ มอบหมายให้เป็นของเจ้าหน้าที่ที่มีชื่อรหัสว่า [เรธ]
E: ห้ามการติดต่อกับจิโดริ คานาเมะ ตั้งแต่วันนี้ เวลา 15.00 น. (GMT)
-จบข้อความ-
โซสึเกะขยี้ตาแล้วอ่านข้อความนั้นอีกครั้ง เนื้อหานั้นไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าเขาจะอ่านมันซ้ำอีกกี่ครั้งก็ตาม หรือแม้แต่จะใช้วิธีตีความอีกหลายวิธี ข้อความนั้นก็ยังคงเดิม ภารกิจคุ้มกันคานาเมะของเขาจบลงแล้ว นั่นล่ะคือความหมาย
"ศูนย์บัญชาการฝ่ายปฏิบัติการ" หมายความว่านี่คือการตัดสินใจของผู้ที่มีตำแหน่งสูงกว่าทั้งเทซซ่าและคาลินิน ดังนั้นคำร้องใดๆก็ตามของโซสึเกะ ย่อมไร้ผล
"..."
โซสึเกะยืนนิ่งไร้การเคลื่อนไหว ตาจ้องมองไปที่จอ LCD อยู่หลายนาที บางทีอาจจะมากกว่าสิบนาที มีเพียงเสียงขบฟังเล็ดลอดออกมา
"ภารกิจในการคุ้มกัน จิโดริ คานาเมะ มอบหมายให้เป็นของเจ้าหน้าที่ที่มีชื่อรหัสว่า [เรธ]"
ก่อนที่เขาจะรู้ตัว เขาก็ทุบหมัดลงไปบนคอมพิวเตอร์ กรอบโลหะนั้นแตกเป็นชิ้น แป้นพิมพ์กระเด็นไปในอากาศกระจายไปทั่วบริเวณ เขากระตุกไปทั่งตัวด้วยความเดือดดาล
โซสึเกะไม่ใส่ใจกับคอมพิวเตอร์ที่ตอนนี้มีกลิ่นเหม็นไหม้ เขาเดินตรงไปที่ระเบียง เปิดประตูกระจก จับราวระเบียงเอาไว้ด้วยมือทั้งคู่และมองไปรอบๆ
"แกอยู่ที่ไหน...?" เขาพึมพำอยู่ในลำคอ ไหล่สั่นเทิ้มด้วยความโกรธ
เขตที่อยู่อาศัยยามค่ำคืนเช่นนี้ ไม่มีอะไรผิดปกติ เป็นคืนที่เงียบสงบ
"ออกมานะ เรธ! ออกมาพูดกับฉัน!!" โซสึเกะตะโกนสุดเสียง
เขาอาจจะบ้าไปแล้ว แล้วนั่นก็ไม่มีประโยชน์แต่อย่างใด แม้ว่าเขาจะระบายความโกรธกับใครก็ตาม คำสั่งนั้นก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เขารู้ดีอยู่แล้ว แต่ก็ไม่อาจทนเงียบอยู่ได้
"ฉันรู้นะว่าแกอยู่แถวนี้! ทำไมไม่ตอบฉัน!?"
เสียงของเขาดังสะท้อนไปทั่ว คนที่เดินผ่านไปมาบนถนนข้างล่างมองขึ้นมาแล้วถามว่า"มีอะไรรึ?"
ไม่มีคำตอบ โซสึเกะรู้ดีว่าแค่ตะโกนแค่นี้ไม่มีทางทำให้"เรธ"แสดงตัวออกมาได้ ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนไปใช้วิธีอื่น
"ฉันชื่อสิบโท ซางาระ โซสึเกะ! มีตำแหน่งในหน่วยปฏิบัติการ กองเรือแปซิฟิกตะวันตก ทัวฮา เดอ ดานัง ฉันได้รับคำสั่งให้มาคุ้มกันบุคคลผู้หนึ่งและถูกส่งมาโตเกียววันที่ 20 เมษายน ฉันรู้ว่าทำไมคนคนนั้นถึงเป็นเป้าหมาย หนึ่ง เธอเป็นหนึ่งในบุคคลพิเศษที่เรียกว่า "วิสเปิร์ด" สอง เชื่อกันว่า "วิสเปิร์ด" มีส่วนเกี่ยวข้องกับวงการทหาร แต่ข้อมูลนั้นยังไม่เป็นที่ล่วงรู้ใน..."
ทันใดนั้นเองเสียงโทรศัพท์ในห้องของเขาก็ดังขึ้น
เขาหยุดตะโกนแล้วรีบกลับเข้ามาในห้อง สงบจิตสงบใจยกหูโทรศัพท์แล้วกดปุ่มรับ
ฝ่ายตรงข้ามตะโกนใส่เขาทันที
"ไอ้บ้าเอ๊ย แกทำบ้าอะไรของแกวะ!?"
มันเป็นเสียงสังเคราะห์ เขาใช้เครื่องเปลี่ยนเสียง ทำให้มันฟังดูคล้ายกับเสียงของสัตว์ประหลาด แต่โซสึเกะก็รู้ว่าเขาโทรมาด้วยความโกรธ
เขากำลังพูดอยู่กับ"เรธ"เจ้าหน้าที่อีกคนที่ถูกส่งมาจากหน่วยข่าวกรอง
"เจ้าหน้าที่ที่ไหนกันที่ตะโกนบอกข้อมูลลับไปทั่ว นี่มันจงใจขัดขวางการปฏิบัติการชัดๆ!"
"ก็แกอยากไม่สนใจฉันนี่หว่า" โซสึเกะตอบเสียงเย็น
"คุณควรจะตระหนักถึงอันตรายถ้าเรายังพูดคุยกันแบบนี้นะ Urzu 7 ที่คุณทำตอนนี้มัน..."
"ตอบฉันมา ภารกิจของแกคือคุ้มกันจิโดริ คานาเมะ หรือแค่สังเกตการณ์อยู่เฉยๆ?"
"คุณไม่มีสิทธิที่จะทราบข้อมูลนั้น"
"งั้นฉันว่าแกคงไม่ว่าอะไร ถ้าฉันจะกลับไปที่ระเบียงแล้วตะโกนบอกเรื่องที่ฉันรู้ต่อไปตลอดทั้งคืนซินะ ขอตัวล่ะ"
"อย่าพยายามขู่ผมเลย Urzu 7 ผมส่งคำร้องเรียนไปหน่วยปฏิบัติการแน่"
"อยากทำอะไรก็ตามใจแก แต่ตอบคำถามฉันมา"
โซสึเกะได้ยินเสียงอีกฝ่ายเดาะลิ้น หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ดูเหมือนว่า"เรธ"จะรู้แล้วว่าโซสึเกะเอาจริง เขาตอบว่า
"แน่นอน คุ้มกันเธอสิ"
"ฉันไม่เชื่อ"
"ก็แล้วแต่คุณว่าจะเชื่อหรือไม่ แต่ภารกิจชื่อรหัส"แองเจิ้ล"ที่ผมได้รับ ถูกส่งมาที่หน่วยของผม แล้วคุณก็เข้ามายุ่งด้วย ก็แค่นั้น"
"งั้นทำไมแกถึงไม่ช่วยเธอ? จนถึงตอนนี้ เธอตกอยู่ในอันตรายตั้งไม่รู้กี่ครั้งแล้ว"
"เหตุการณ์เหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือของพวกนักเลงกระจอกๆ ไม่มีเหตุผลอันใดที่ผมต้องออกไปปรากฎตัวกับเหตุทะเลาะวิวาทข้างถนนแบบนั้น"
"เข้าใจแล้ว งั้นแกจะอธิบายเกี่ยวกับเหตุการณ์ A21 ยังไง? ในตอนนั้นแกไม่เคยพยายามช่วยเธอเลยนี่"
หลังจากที่เขาพูด โซสึเกะได้ยินอีกฝ่ายพูดว่า"คุณ"...หรือบางทีอาจจะพูดว่า"พวกคุณ"
"..."
"ว่าไง? ตอบฉันสิ"
"แม้ว่าผมจะตั้งใจปล่อยให้ศัตรูเคลื่อนไหวก็จริง แต่สถานการณ์มันไปไกลเกินกว่าที่จะควบคุมได้ คุณทำให้ผมประสาทเสียในตอนที่สู้กันที่โรงเรียนฟูจิมิ แต่สถานการณ์ก็คลี่คลายลงได้โดยที่ผมไม่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง ดูเหมือนในตอนนั้นจะไม่มีใครรู้ถึงความสำคัญของเด็กคนนั้น มันก็เหมือนกับตอนที่เจอกับพวกนักเลงข้างทางนั่นแหล่ะ"
"แกก็แค่บอกปัดความจริง สำหรับฉันแล้ว แกไม่มีความตั้งใจจะคุ้มครองเธอแม้แต่น้อย"
"ผมไม่สนใจว่าคุณจะพอใจผมหรือเปล่า ตราบใดที่คุณไม่มารบกวนผม" เสียงสังเคราะห์นั้นส่งเสียงเย้ยหยัน "หน่วยข่าวกรองควรจะเป็นคนรับผิดชอบภารกิจและทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่เริ่มเหตุการณ์ที่ชุนออน หน่วยปฏิบัติการเพียงแค่สอดเข้ามา แล้วเราก็ปล่อยให้คุณอยู่ต่อไป พวกคุณบอกว่าจะเป็นประโยชน์ในการเป็นตัวล่อ แต่เท่าที่ผมเห็นก็คือ คุณไม่ทำอะไรนอกจากรบกวนภารกิจของผม คุณก่อปัญหาหลายต่อหลายครั้ง จนผมอยากจะฆ่าคุณทิ้งซะ"
"ก็ยังไม่สายนี่ เอาเลยซิ"
"ล้อเล่นหรอกน่า ผมไม่คิดหรอกนะ ว่าผมจะรอดมาได้โดยไร้บาดแผลหลังจากสู้กับคุณแล้ว ยังไงก็ดีคุณก็ทำให้ผมได้ฆ่าเวลาเล่นดีเหมือนกันนะ"
"หมายความว่าไง?"
"ก็ตอนที่ผมแฝงตัวอยู่ แล้วใช้ปืนเล็งไปที่คุณจากระยะไกล ผมทำให้คุณกระสับกระส่ายจากการส่ายปากกระบอกปืนไปมา คุณมีสัญชาติญาณในสงครามดีมาก แต่ก็เพราะเหตุนั้นนั่นแหล่ะ คุณจึงระแวงมากเกินไป วันนี้ผมสนุกมากเลยนะ ได้เฝ้ามองคุณในร้านตัดผมนั่นน่ะ"
"แก..."
"อย่าโกรธไปเลยน่า ถือว่าหายกันแล้วกัน" เขาพูด มีนัยแห่งชัยชนะในน้ำเสียงนั่น "อย่างไรก็ดี ความสนุกคงต้องจบลงในวันนี้แล้ว คุณก็กลับไปที่ฐาน ไปทำภารกิจปกติต่อ ส่วนผมก็จะได้ทำงานของผมต่อไป เราเป็นมืออาชีพทั้งคู่ ทำไมเราไม่เลิกคุยเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ซะที?"
"ทำแบบนั้นไม่ได้ แล้วความปลอดภัยของจิโดริล่ะ?"
"นั่นมันไม่เกี่ยวอะไรกับคุณแล้วนี่ คุณได้รับคำสั่งเรียกตัวกลับอย่างเป็นทางการแล้ว คุณคงไม่คิดจะขัดคำสั่งหรอกนะ"
"ฉัน..." โซสึเกะตะกุกตะกัก
"อย่าลืมว่ามิธริลส่งคุณมาที่นี่ คุณไม่ใช่นักเรียนม.ปลายจริงๆ คุณเป็นเพียงทหารรับจ้าง เป็นนักฆ่า เรื่องของครอบครัว ประวัติการเรียน ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนถูกปลอมขึ้นมาทั้งนั้น ทุกสิ่งเกี่ยวกับคุณเป็นเรื่องโกหก"
"..."
"ตั้งแต่แรกแล้ว คุณต่อว่าผม แต่คุณเชื่อจริงๆเหรอว่า คนอย่างคุณจะสามารถคุ้มกันเธอได้ หกเดือนมาแล้ว คุณยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสังคมญี่ปุ่นได้เลย การที่คุณอยู่ที่นี่เป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับเด็กคนนั้นโดยไม่จำเป็นมากกว่า"
โซสึเกะรู้สึกเหมือนโดนทุบด้วยถ้อยคำเหล่านั้น อากาศรอบตัวหนักอึ้งและอึดอัด
"เรธ" พูดถูก
"ภารกิจคุ้มกันของคุณมันแย่กว่าพวกระดับสาม เด็กคนนั้นเกือบจะได้รับบาดเจ็บหลายต่อหลายครั้ง ไม่ต้องพูดถึงผู้บริสุทธิ์อีกมากที่มาเกี่ยวข้องด้วย"
"..."
"หมดเวลาเล่นแล้ว ทำตามคำสั่งแล้วกลับไปฐานทัพซะเถอะ"
ไม่มีคำพูดจากโซสึเกะ "เรธ" วางสาย
โซสึเกะวางหูโทรศัพท์ลงอย่างเศร้าสลด ความรู้สึกอับจนหนทางรุมเร้าเข้าหาเขา
(จบบทที่ 2 Under the Water's Surface ส่วนสุดท้าย)
โซสึเกะช่วยคานาเมะทำความสะอาดห้องน้ำ และหลังจากรับประทานอาหารมื้อเย็นแบบเบาๆกันแล้ว เขาก็บอกลาเธอ
เขารู้สึกไม่อยากจากเธอไปเลย
เมื่อออกจากอพาร์ตเมนต์ฟ้าก็มืดแล้ว ตอนนี้เลยสองทุ่มมาได้ซักพัก แต่ก็ยังมีหลายคนอยู่บนทางเท้า นักธุรกิจกำลังกลับบ้าน เด็กประถมกลับจากเรียนพิเศษ คู่รักจูงสุนัขเดินเล่น โซสึเกะเดินผ่านผู้คนเหล่านี้ ตรงไปยังอพาร์ตเมนต์ที่อยู่ตรงข้ามกับห้องของคานาเมะ
เขาก้าวเท้าอย่างแผ่วเบา แต่ในใจนั้นฮึกเฮิม
สภาพจิตใจของเขาดีขึ้นมาก เมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว ในหัวของเขาเต็มไปด้วยความคิดเกี่ยวกับ"เรธ" งาน และเรื่องที่เหมาพูดเกี่ยวกับอนาคต จนไม่มีที่ว่างสำหรับเรื่องอื่น แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว "ทำไมไม่เผชิญหน้ากับมันเลยล่ะ "นั่นคือความรู้สึกของเขาตอนนี้
คุ้มกันคานาเมะ ปรับตัวให้เขากับสังคม ฝึกซ้อมที่เกาะเมริดา รวมทั้งการรบด้วย เขาจะพยายามจัดการกับสิ่งเหล่านี้ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
คานาเมะต้องพึ่งพาเขา อะไรจะเกิดขึ้นถ้าเขาขาดความมั่นใจในตนเอง
(ใช่แล้ว...)
ไว้ค่อยกังวลเรื่องพวกนี้สัปดาห์หน้าก็แล้วกัน
เขายังมีงานกองเท่าภูเขารออยู่ อย่างแรกคือกลับบ้านแล้วส่งรายงานประจำวันไปที่เกาะ ต่อไปก็จัดการกับอุปกรณ์และอาวุธ ตรวจสอบระบบเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งเอาไว้รอบบริเวณ เสร็จแล้วก็ตั้งใจเรียนเพื่อสอบซ่อม
เขาเร่งฝีเท้ากลับบ้าน เปิดคอมพิวเตอร์โน๊ตบุคที่ต่อผ่านดาวเทียม แล้วพิมพ์รายงานลงไปในเวลาห้านาที หลังจากเปิดมันผ่านโปรแกรมเพื่อเข้ารหัสแล้วเขาก็ส่งมันไปทันที ไม่นานนักก็ได้รับข้อความว่า"ส่งข้อมูลเสร็จสิ้น" ซึ่งมาพร้อมกับไฟล์ที่เข้ารหัสเอาไว้อีกไฟล์หนึ่ง
"...?"
ไฟล์นั้นคือ "คำสั่ง" จากศูนย์บัญชาการ
คำสั่งสำคัญที่สุด (98J005-3128)
191121Z
จาก ศูนย์บัญชากองเรือแปซิฟิกตะวันตก
ถึง URZU 7/ สิบโทซางาระ โซสึเกะ
A: ศูนย์บัญชากองเรือฝ่ายบัญชาการและปฏิบัติการ ได้ยกเลิกคำสั่งปฏิบัติที่ 98E001-3128 (ชื่อปฏิบัติการ:คุ้มกันนางฟ้า) เมื่อเวลา 15.00 น.(GMT)
B: ให้ URZU 7 ถอนตัวจากเซฟเฮ้าส์ไปตามเส้นทาง 3B กลับไปยังเกาะเมริด้าทันที
C: ส่งจดหมายลาออกไปยังโรงเรียนมัธยมปลายจินได เหตุผลในการลาออกให้ URZU 7 เป็นคนตัดสินใจ
D: ภารกิจในการคุ้มกัน จิโดริ คานาเมะ มอบหมายให้เป็นของเจ้าหน้าที่ที่มีชื่อรหัสว่า [เรธ]
E: ห้ามการติดต่อกับจิโดริ คานาเมะ ตั้งแต่วันนี้ เวลา 15.00 น. (GMT)
-จบข้อความ-
โซสึเกะขยี้ตาแล้วอ่านข้อความนั้นอีกครั้ง เนื้อหานั้นไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าเขาจะอ่านมันซ้ำอีกกี่ครั้งก็ตาม หรือแม้แต่จะใช้วิธีตีความอีกหลายวิธี ข้อความนั้นก็ยังคงเดิม ภารกิจคุ้มกันคานาเมะของเขาจบลงแล้ว นั่นล่ะคือความหมาย
"ศูนย์บัญชาการฝ่ายปฏิบัติการ" หมายความว่านี่คือการตัดสินใจของผู้ที่มีตำแหน่งสูงกว่าทั้งเทซซ่าและคาลินิน ดังนั้นคำร้องใดๆก็ตามของโซสึเกะ ย่อมไร้ผล
"..."
โซสึเกะยืนนิ่งไร้การเคลื่อนไหว ตาจ้องมองไปที่จอ LCD อยู่หลายนาที บางทีอาจจะมากกว่าสิบนาที มีเพียงเสียงขบฟังเล็ดลอดออกมา
"ภารกิจในการคุ้มกัน จิโดริ คานาเมะ มอบหมายให้เป็นของเจ้าหน้าที่ที่มีชื่อรหัสว่า [เรธ]"
ก่อนที่เขาจะรู้ตัว เขาก็ทุบหมัดลงไปบนคอมพิวเตอร์ กรอบโลหะนั้นแตกเป็นชิ้น แป้นพิมพ์กระเด็นไปในอากาศกระจายไปทั่วบริเวณ เขากระตุกไปทั่งตัวด้วยความเดือดดาล
โซสึเกะไม่ใส่ใจกับคอมพิวเตอร์ที่ตอนนี้มีกลิ่นเหม็นไหม้ เขาเดินตรงไปที่ระเบียง เปิดประตูกระจก จับราวระเบียงเอาไว้ด้วยมือทั้งคู่และมองไปรอบๆ
"แกอยู่ที่ไหน...?" เขาพึมพำอยู่ในลำคอ ไหล่สั่นเทิ้มด้วยความโกรธ
เขตที่อยู่อาศัยยามค่ำคืนเช่นนี้ ไม่มีอะไรผิดปกติ เป็นคืนที่เงียบสงบ
"ออกมานะ เรธ! ออกมาพูดกับฉัน!!" โซสึเกะตะโกนสุดเสียง
เขาอาจจะบ้าไปแล้ว แล้วนั่นก็ไม่มีประโยชน์แต่อย่างใด แม้ว่าเขาจะระบายความโกรธกับใครก็ตาม คำสั่งนั้นก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เขารู้ดีอยู่แล้ว แต่ก็ไม่อาจทนเงียบอยู่ได้
"ฉันรู้นะว่าแกอยู่แถวนี้! ทำไมไม่ตอบฉัน!?"
เสียงของเขาดังสะท้อนไปทั่ว คนที่เดินผ่านไปมาบนถนนข้างล่างมองขึ้นมาแล้วถามว่า"มีอะไรรึ?"
ไม่มีคำตอบ โซสึเกะรู้ดีว่าแค่ตะโกนแค่นี้ไม่มีทางทำให้"เรธ"แสดงตัวออกมาได้ ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนไปใช้วิธีอื่น
"ฉันชื่อสิบโท ซางาระ โซสึเกะ! มีตำแหน่งในหน่วยปฏิบัติการ กองเรือแปซิฟิกตะวันตก ทัวฮา เดอ ดานัง ฉันได้รับคำสั่งให้มาคุ้มกันบุคคลผู้หนึ่งและถูกส่งมาโตเกียววันที่ 20 เมษายน ฉันรู้ว่าทำไมคนคนนั้นถึงเป็นเป้าหมาย หนึ่ง เธอเป็นหนึ่งในบุคคลพิเศษที่เรียกว่า "วิสเปิร์ด" สอง เชื่อกันว่า "วิสเปิร์ด" มีส่วนเกี่ยวข้องกับวงการทหาร แต่ข้อมูลนั้นยังไม่เป็นที่ล่วงรู้ใน..."
ทันใดนั้นเองเสียงโทรศัพท์ในห้องของเขาก็ดังขึ้น
เขาหยุดตะโกนแล้วรีบกลับเข้ามาในห้อง สงบจิตสงบใจยกหูโทรศัพท์แล้วกดปุ่มรับ
ฝ่ายตรงข้ามตะโกนใส่เขาทันที
"ไอ้บ้าเอ๊ย แกทำบ้าอะไรของแกวะ!?"
มันเป็นเสียงสังเคราะห์ เขาใช้เครื่องเปลี่ยนเสียง ทำให้มันฟังดูคล้ายกับเสียงของสัตว์ประหลาด แต่โซสึเกะก็รู้ว่าเขาโทรมาด้วยความโกรธ
เขากำลังพูดอยู่กับ"เรธ"เจ้าหน้าที่อีกคนที่ถูกส่งมาจากหน่วยข่าวกรอง
"เจ้าหน้าที่ที่ไหนกันที่ตะโกนบอกข้อมูลลับไปทั่ว นี่มันจงใจขัดขวางการปฏิบัติการชัดๆ!"
"ก็แกอยากไม่สนใจฉันนี่หว่า" โซสึเกะตอบเสียงเย็น
"คุณควรจะตระหนักถึงอันตรายถ้าเรายังพูดคุยกันแบบนี้นะ Urzu 7 ที่คุณทำตอนนี้มัน..."
"ตอบฉันมา ภารกิจของแกคือคุ้มกันจิโดริ คานาเมะ หรือแค่สังเกตการณ์อยู่เฉยๆ?"
"คุณไม่มีสิทธิที่จะทราบข้อมูลนั้น"
"งั้นฉันว่าแกคงไม่ว่าอะไร ถ้าฉันจะกลับไปที่ระเบียงแล้วตะโกนบอกเรื่องที่ฉันรู้ต่อไปตลอดทั้งคืนซินะ ขอตัวล่ะ"
"อย่าพยายามขู่ผมเลย Urzu 7 ผมส่งคำร้องเรียนไปหน่วยปฏิบัติการแน่"
"อยากทำอะไรก็ตามใจแก แต่ตอบคำถามฉันมา"
โซสึเกะได้ยินเสียงอีกฝ่ายเดาะลิ้น หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ดูเหมือนว่า"เรธ"จะรู้แล้วว่าโซสึเกะเอาจริง เขาตอบว่า
"แน่นอน คุ้มกันเธอสิ"
"ฉันไม่เชื่อ"
"ก็แล้วแต่คุณว่าจะเชื่อหรือไม่ แต่ภารกิจชื่อรหัส"แองเจิ้ล"ที่ผมได้รับ ถูกส่งมาที่หน่วยของผม แล้วคุณก็เข้ามายุ่งด้วย ก็แค่นั้น"
"งั้นทำไมแกถึงไม่ช่วยเธอ? จนถึงตอนนี้ เธอตกอยู่ในอันตรายตั้งไม่รู้กี่ครั้งแล้ว"
"เหตุการณ์เหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือของพวกนักเลงกระจอกๆ ไม่มีเหตุผลอันใดที่ผมต้องออกไปปรากฎตัวกับเหตุทะเลาะวิวาทข้างถนนแบบนั้น"
"เข้าใจแล้ว งั้นแกจะอธิบายเกี่ยวกับเหตุการณ์ A21 ยังไง? ในตอนนั้นแกไม่เคยพยายามช่วยเธอเลยนี่"
หลังจากที่เขาพูด โซสึเกะได้ยินอีกฝ่ายพูดว่า"คุณ"...หรือบางทีอาจจะพูดว่า"พวกคุณ"
"..."
"ว่าไง? ตอบฉันสิ"
"แม้ว่าผมจะตั้งใจปล่อยให้ศัตรูเคลื่อนไหวก็จริง แต่สถานการณ์มันไปไกลเกินกว่าที่จะควบคุมได้ คุณทำให้ผมประสาทเสียในตอนที่สู้กันที่โรงเรียนฟูจิมิ แต่สถานการณ์ก็คลี่คลายลงได้โดยที่ผมไม่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง ดูเหมือนในตอนนั้นจะไม่มีใครรู้ถึงความสำคัญของเด็กคนนั้น มันก็เหมือนกับตอนที่เจอกับพวกนักเลงข้างทางนั่นแหล่ะ"
"แกก็แค่บอกปัดความจริง สำหรับฉันแล้ว แกไม่มีความตั้งใจจะคุ้มครองเธอแม้แต่น้อย"
"ผมไม่สนใจว่าคุณจะพอใจผมหรือเปล่า ตราบใดที่คุณไม่มารบกวนผม" เสียงสังเคราะห์นั้นส่งเสียงเย้ยหยัน "หน่วยข่าวกรองควรจะเป็นคนรับผิดชอบภารกิจและทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่เริ่มเหตุการณ์ที่ชุนออน หน่วยปฏิบัติการเพียงแค่สอดเข้ามา แล้วเราก็ปล่อยให้คุณอยู่ต่อไป พวกคุณบอกว่าจะเป็นประโยชน์ในการเป็นตัวล่อ แต่เท่าที่ผมเห็นก็คือ คุณไม่ทำอะไรนอกจากรบกวนภารกิจของผม คุณก่อปัญหาหลายต่อหลายครั้ง จนผมอยากจะฆ่าคุณทิ้งซะ"
"ก็ยังไม่สายนี่ เอาเลยซิ"
"ล้อเล่นหรอกน่า ผมไม่คิดหรอกนะ ว่าผมจะรอดมาได้โดยไร้บาดแผลหลังจากสู้กับคุณแล้ว ยังไงก็ดีคุณก็ทำให้ผมได้ฆ่าเวลาเล่นดีเหมือนกันนะ"
"หมายความว่าไง?"
"ก็ตอนที่ผมแฝงตัวอยู่ แล้วใช้ปืนเล็งไปที่คุณจากระยะไกล ผมทำให้คุณกระสับกระส่ายจากการส่ายปากกระบอกปืนไปมา คุณมีสัญชาติญาณในสงครามดีมาก แต่ก็เพราะเหตุนั้นนั่นแหล่ะ คุณจึงระแวงมากเกินไป วันนี้ผมสนุกมากเลยนะ ได้เฝ้ามองคุณในร้านตัดผมนั่นน่ะ"
"แก..."
"อย่าโกรธไปเลยน่า ถือว่าหายกันแล้วกัน" เขาพูด มีนัยแห่งชัยชนะในน้ำเสียงนั่น "อย่างไรก็ดี ความสนุกคงต้องจบลงในวันนี้แล้ว คุณก็กลับไปที่ฐาน ไปทำภารกิจปกติต่อ ส่วนผมก็จะได้ทำงานของผมต่อไป เราเป็นมืออาชีพทั้งคู่ ทำไมเราไม่เลิกคุยเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ซะที?"
"ทำแบบนั้นไม่ได้ แล้วความปลอดภัยของจิโดริล่ะ?"
"นั่นมันไม่เกี่ยวอะไรกับคุณแล้วนี่ คุณได้รับคำสั่งเรียกตัวกลับอย่างเป็นทางการแล้ว คุณคงไม่คิดจะขัดคำสั่งหรอกนะ"
"ฉัน..." โซสึเกะตะกุกตะกัก
"อย่าลืมว่ามิธริลส่งคุณมาที่นี่ คุณไม่ใช่นักเรียนม.ปลายจริงๆ คุณเป็นเพียงทหารรับจ้าง เป็นนักฆ่า เรื่องของครอบครัว ประวัติการเรียน ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนถูกปลอมขึ้นมาทั้งนั้น ทุกสิ่งเกี่ยวกับคุณเป็นเรื่องโกหก"
"..."
"ตั้งแต่แรกแล้ว คุณต่อว่าผม แต่คุณเชื่อจริงๆเหรอว่า คนอย่างคุณจะสามารถคุ้มกันเธอได้ หกเดือนมาแล้ว คุณยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสังคมญี่ปุ่นได้เลย การที่คุณอยู่ที่นี่เป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับเด็กคนนั้นโดยไม่จำเป็นมากกว่า"
โซสึเกะรู้สึกเหมือนโดนทุบด้วยถ้อยคำเหล่านั้น อากาศรอบตัวหนักอึ้งและอึดอัด
"เรธ" พูดถูก
"ภารกิจคุ้มกันของคุณมันแย่กว่าพวกระดับสาม เด็กคนนั้นเกือบจะได้รับบาดเจ็บหลายต่อหลายครั้ง ไม่ต้องพูดถึงผู้บริสุทธิ์อีกมากที่มาเกี่ยวข้องด้วย"
"..."
"หมดเวลาเล่นแล้ว ทำตามคำสั่งแล้วกลับไปฐานทัพซะเถอะ"
ไม่มีคำพูดจากโซสึเกะ "เรธ" วางสาย
โซสึเกะวางหูโทรศัพท์ลงอย่างเศร้าสลด ความรู้สึกอับจนหนทางรุมเร้าเข้าหาเขา
(จบบทที่ 2 Under the Water's Surface ส่วนสุดท้าย)