บทที่ 1 silent commandment (ส่วนที่ 1)

13 ตุลาคม เวลา 20.42 น.(ตามเวลาแปซิฟิกตะวันตก)
ฐานทัพเกาะเมริดา(มิธริล) แปซิฟิกตะวันตก
ห้องประชุมที่ 1

เทเลซ่า เทสตารอสซ่า และ เงาทั้ง 9 เงา นั่งรวมกันล้อมรอบโต๊ะสีดำ นิ้วมือที่มองเห็นนั้นขาวซีด ไร้สีสัน ดูราวกับถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอกไฟฟ้า

เขาเหล่านั้นเป็นบุคคลสำคัญที่กระจายตัวกันอยู่ตามที่ต่างๆทั่วโลก จะมารวมตัวกันก็เฉพาะตอนประชุมออนไลน์เช่นนี้

จอโฮโลกราฟฟิคที่ฉายภาพนั้นกระตุก เนื่องจากมีการเข้ารหัสของการสื่อสารผ่านดาวเทียมเอาไว้ การเคลื่อนไหวที่เห็นแทบจะเรียกไม่ได้เลยว่าราบลื่น เพราะมีการเปลี่ยนคลื่นความถี่ทุกสองวินาที จึงส่งผลให้การขยับดูคล้ายกับตัวการ์ตูนดินน้ำมันในหนังสมัยก่อน

"ทั้งหมดนั่นคือข้อสรุปครับผม" เจ้าหน้าที่จากศูนย์บัญชาการของหน่วยข่าวกรองกล่าว หลังจากบรรยายสรุปมานานกว่า 30 นาที

"ตามความเห็นของหน่วยข่าวกรองแล้ว เราเห็นว่าการเตือนภัยล่วงหน้าถึงความเคลื่อนไหวของ จอห์น โฮเวิร์ด ดันนิกัน และ เกียง เบียง เบา นั้นไม่อาจที่จะปฏิบัติได้ เรามีข้อจำกัดด้านการสอบสวน จึงทำได้แค่เพียงตรวจสอบประวัติ สภาพจิตใจ และความเหมาะสมในหน้าที่เท่านั้น ดังนั้นแล้ว เหตุการณ์นี้จึงบอกได้ว่า อยู่นอกเหนือจากความรับผิดชอบของทางเราครับ"

มีเสียงแสดงความไม่พอใจดังมาจากเก้าอี้ 4 ตัว สามคนในนั้นเป็นผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจเช่นเดียวกับเทเลซ่า และอีกคนเป็นหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการทางทหาร พลเรือเอก เฌอโรม บอร์ด้า เหตุผลที่เหล่าผู้บังคับการต้องออกมาโวยนั้นประจักษ์ชัด แม้ว่ามันควรจะเป็นงานของหน่วยข่าวกรอง ที่จะต้องตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของมิธริลทุกคน แต่สุดท้ายแล้วพวกนั้นก็พูดราวกับว่า "ผู้บังคับบัญชาต้องรับผิดชอบ"  นั่นทำให้พวกเขาต้องออกมาบ่นว่า"เรื่องแบบนี้มันบ้าชัดๆ"

"30 นาทีที่บรรยายมานั่นเป็นเรื่องตลกใช่ไหม? ให้ตายเถอะ" พลเรือเอกบอร์ด้ากล่าว ตามปกติแล้ว เขาเป็นชายร่างใหญ่ใจดี แต่น้ำเสียงในตอนนี้กลับดุดัน ซึ่งผู้บังคับการอีกสามคนนั้นก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน

"เป็นความจริงครับท่าน จะลองฟังความเห็นอื่นอีกไหมล่ะครับ?"

"มันก็เหมือนกับบริษัทประกอบรถยนต์ที่ใส่ชิ้นส่วนมาไม่ครบ แล้วบอกว่า อุบัติเหตุเป็นความผิดของคุณ แล้วไงล่ะ จะให้เราทำไง เดินไปเองโดยไม่ใช้รถงั้นสิ?"

เจ้าหน้าที่จากหน่วยข่าวกรองมีท่าทางลำบากใจ แต่ผู้บังคับบัญชาของเขา พลเอกอามิท ประธานหน่วยข่าวกรอง ดูเหมือนจะไม่ได้ใส่ใจอะไร

"มันมีหลายปัจจัยที่ทำให้การสืบสวนของเราทำได้ลำบากครับ" เขาพูดเบาๆ

"โดยเฉพาะตอนนี้ สมาชิกที่ถูกเลือกให้เข้ามาปฏิบัติงานในหน่วย SRT นั้น ยังขาดประสบการณ์ ความรู้ และไหวพริบอยู่อีกมาก และเพราะแบบนั้นเราถึงต้องการคนที่มีความสามารถมาร่วมงานด้วย แต่ถ้าคนคนนั้นวางแผนที่จะรับเงินจากฝ่ายตรงข้ามอย่างลับๆ จริงๆแล้วล่ะก็ มันก็เป็นการยากที่เราจะตรวจสอบข้อมูลนั้นได้ พอจะเข้าใจไหมล่ะครับ?"

"งั้นคุณกำลังจะบอกว่า ไม่มีทางทำอะไรได้เลยงั้นเหรอ?"

"ผมกำลังจะบอกว่าเราไม่สามารถช่วยอะไรได้ครับ ท่านนายพล"

ประธานหน่วยของกรองยังคงนิ่งอยู่

"เพราะถูกสั่งให้ไปเฝ้าระวังคนสำคัญแบบนั้นตลอด 24 ชั่วโมงเลยทำให้เกิดการแปรพักตร์งั้นรึ? เหลวไหลน่า ใครกันที่คัดคนแบบนั้นเข้ามาเป็นสมาชิกหน่วย SRT"

นั่นคือจุดที่ควรจะถูกตำหนิที่สุด หน่วย SRT(หน่วยปฏิบัติการพิเศษ)ที่พูดถึงนั้น เป็นหน่วยที่ได้รับการยอมรับทั้งในเรื่องของผลงาน สภาพจิตใจที่เข้มแข็ง ความอ่อนตัวทางภารกิจ และทักษะในการเอาตัวรอด

"นั่นเป็นปัญหาด้านโครงสร้างครับ ตราบใดที่มิธริลยังเป็นหน่วยทหารรับจ้าง ก็ยังมีข้อจำกัดเรื่องความภักดีของทหาร ไม่มีทางเลยที่เราจะจ่ายค่าตอบแทนได้มากเท่านั้น ถ้าผมจำไม่ผิด จากรายงานของจ่าเว็บเบอร์ มันมีมูลค่าสูงถึง 500,000 เหรียญสหรัฐ เงินจำนวนมากขนาดนั้นมากองอยู่ตรงหน้า ไม่ว่าใครหน้าไหนก็อยากได้ทั้งนั้น สำนึกของมนุษย์เป็นสิ่งที่อ่อนแอที่สุด"

"..."

"และเราก็ไม่อาจจะลืมได้ว่า พวกนั้นได้ใช้พันตรีบลูโน่ด้วย "

พันตรีบลูโน่ เป็นนายทหารเสนาธิการของศูนย์อำนวยการหน่วยปฏิบัติ เขาเป็นคนที่จัดการให้ดันนิงกันและเกียงได้รับภารกิจในทัวฮา เดอ ดานัง ซึ่งทั้งหน่วยข่าวกรอง และหน่วยปฏิบัติการ ต่างก็ลงความเห็นแล้วว่า พันตรีบรูโน่ ผู้ซึ่งรวมมือกับผู้ก่อการร้ายนั้น เป็นคนของ "ฝ่ายศัตรู"

หลังจากเหตุการณ์ที่ทัวฮา เดอ ดานัง บลูโน่ก็หายตัวไปจากศูนย์อำนวยการหน่วยปฏิบัติ

เพราะเหตุนั้นเอง ทางมิธริลจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นความลับจำนวนมาก ทั้ง รหัสผ่าน ระบบรักษาความปลอดภัย เส้นทางลำเลียง เซฟเฮาส์ ส่วนสิ่งที่ปลูกสร้างที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ อย่างฐานทัพเกาะเมริดาก็ต้องเพิ่มระบบรักษาความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น แต่งบประมาณนั้นยังคงมีจำกัดอยู่ ดังนั้นเงินทุนด้านงานปฏิบัติการจึงไม่ได้เพิ่มตามไปด้วย

"ถ้าเกิดว่าข้อมูลของเรื่องที่เกิดขึ้นใน TDD-1ไม่ได้รับการเปิดเผยออกมา ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่า บลูโน่ก็ยังจะอยู่ในองค์กร...ขอโทษครับ"

ประธานหน่วยข่าวกรองหยุดพูด แล้วจึงจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบ ควันบดบังร่างที่ลางเลือนของเขา

"...เขาก็ยังคงอยู่ในองค์กร และอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายได้มากกว่านี้อีก"

"แต่นั่นก็ไม่ได้เกิดขึ้น ต้องขอบคุณการตัดสินใจที่ฉับไว ของกัปตันเทสตารอสซ่า"

"ถูกต้องแล้วครับ และเพราะเหตุนั้นเอง ข้อบกพร่องด้านการจัดการของเธอจึงพอจะมองข้ามไปได้ ท่านนายพลตั้งใจจะบอกว่าอย่างนั้นใช่ไหมครับ?"

เงาจางๆของประธานหน่วยข่าวกรองจ้องมาที่เทสซ่า เธอก้มหน้ามองมือของตัวเอง โดยไม่ได้พูดอะไร

" แต่ถ้าไม่มีเธอ TDD-1  เรือดำน้ำจู่โจมมูลค่ามหาศาล ศักยภาพในการรบสูงสุดของเรา คงจะโดนจมไปแล้ว"

"ตราบใดที่มีอาวุธ ตราบนั้นก็ยังคงมีการสูญเสีย เราคาดหวังว่าจะแก้ปัญหาตรงจุดนี้ได้ แต่พอถึงเวลา เรากลับฝากเรือลำนี้เอาไว้ในมือของเด็กผู้หญิงอายุ 15 แล้วก็ส่งเธอออกทะเลไปซะเลย"

"..."

พลเรือเอก บอร์ดา ผ่อนลมหายใจ นิ่งเงียบ ราวกับคนที่กำลังท้อแท้

"พูดกันจบแล้วใช่ไหมครับ?"

เมื่อไม่มีใครแย้ง เซอร์มาลโลรี่ซึ่งนั่งเงียบมาตลอด ก็เปิดปากพูด เขานั้นเป็นสุภาพบุรุษสูงอายุ สวมแว่นตาและสูทหรู ถึงจะอายุมากแล้ว แต่ก็ยังคงวางตัวภูมิฐานอยู่

"ถ้าอย่างนั้นแล้ว ผมก็ขอออกความเห็นสักหน่อย ปัญหาด้านโครงสร้างที่ท่านอามิทเอ่ยถึงนั้น เราเล็งเห็นตั้งแต่ก่อตั้งองค์กรแล้ว
มิธริลนั้น ไม่เหมือนกับกองทัพทั่วไป เราไม่ขึ้นตรงกับชาติ ศาสนา หรือระบอบการปกครองใดๆ เราถูกเรียกว่า ผู้สกัดกั้นข้อขัดแย้งระหว่างประเทศ และเราก็ยึดถืออุดมคติในแบบของเราแม้จะมีคนที่ไม่เห็นด้วยก็ตาม นอกจากนั้นแล้ว ผมคิดว่าพวกคุณเองก็เป็นคนที่ออกไปสู้ในสนามรบนั้นด้วยกัน ไม่ใช่หรือ?"

เซอร์มาลโลรี่ มองไปรอบๆอีกครั้ง ไม่มีใครพูดว่า"ไม่ครับท่าน"

"ดี...ถ้างั้นผมก็ขอให้เลิกโทษกันไปโทษกันมาแบบนี้ซะที เรายังจะต้องเตรียมแผนโต้กลับอยู่ ผมหวังอย่างยิ่งว่าจะลดความเสี่ยง 1 % นั้น ให้เหลือเพียงแค่ 0.5 % ได้ เราจะปรับแผนงานปฏิบัติการ เพื่อเตรียมมาตรการตอบโต้ให้พร้อมที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้ว..."เขาหยุดกลางประโยคแล้วขยับแว่น "เราจะยังคงการสืบข้อมูลทางฝั่งศัตรูไว้เหมือนเดิม...เลิกประชุมได้ สวัสดี ท่านสุภาพบุรุษ"

รูปและเสียงของชายชราหายไป เหลือแต่เพียงคำว่า "ตัดสัญญาณ วางสาย" ปรากฎอยู่ นั่นเป็นสัญญาณว่า แต่ละคนได้ออกไปจากการประชุมออนไลน์นี้แล้ว

ในที่สุดก็เหลือเพียง พลเรือเอกบอร์ด้า

บอร์ด้านั้นเป็นชายวัยกลางคน ผมสีดำนั้นมีสีขาวแซมอยู่นิดหน่อย รูปร่างสง่างามสมวัย แขนและใบหน้าดูแข็งแรง มีร่องรอยที่ถูกแดดเผา

เขามองมายังเทสซ่าพร้อมกับพูดปลอบใจ

"ลุงคิดว่าพวกนั้นคงไม่อยากจะเสียลูกน้องไป แต่ลุงคิดว่าหนูเพียงคนเดียวคงทำได้"

มิธริลนั้นแบ่งออกเป็นสามหน่วยใหญ่ นั่นคือหน่วยปฏิบัติการ หน่วยข่าวกรอง และหน่วยวิจัย ในกรณีนี้ สี่กองจากหน่วยปฏิบัติการ ได้เข้าร่วมกับทัวฮา เดอ ดานัง เพื่อรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นต่อภารกิจ และส่งให้หน่วยข่าวกรองวิเคราะห์ โดยที่หน่วยข่าวกรองนั้นจะทำหน้าที่คอยสนับสนุนและให้คำแนะนำด้านข้อมูลแก่ประเทศต่างๆ เพื่อช่วยให้หน่วยปฏิบัติได้ลด"การใช้กำลัง"ลง

อย่างไรก็ตาม คงจะพูดไม่ได้ว่าทั้งหน่วยปฏิบัติการ หน่วยข่าวกรอง และหน่วยวิจัยทำงานเข้ากันได้ดี ถึงจะไม่ได้ตั้งตนเป็นศัตรูกัน แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ร่วมมือกันด้วยดีซะทีเดียว

มันเหมือนกับจะเป็นเรื่องปกติของหน่วยปฏิบัติการแล้วที่จะโวยว่า "ข้อมูลของนายมันผิดนี่หว่า ทำงานกันยังไงฟะ เราเกือบตายกันแล้วนะเฟ้ย" แล้วหน่วยข่าวกรองก็จะโต้กลับมาว่า "เราส่งข้อมูลให้มากขนาดนี้ ยังจะมีปัญหาอีกเร๊อะ ห่วยเองนี่หว่า"

คือ...ว่ากันตามตรงแล้ว คงไม่ใช่เฉพาะมิธริลละมั้ง ที่มีปัญหาแบบนี้ องค์กรอื่นก็คงจะมีปัญญาทำนองเดียวกันนี้ทั้งนั้น

"ถึงยังไง ที่เจ้าอามิทนั่นพูดก็มีส่วนถูกอยู่บ้าง งานนี้มันเสี่ยงตลอด แล้วก็ยังมีอีกหลายที่ ที่เราต้องให้ความสำคัญ..."

"หนูเข้าใจค่ะ" เทสซ่าตอบอย่างไม่เต็มใจ

"แล้วหนูจะทำยังไงต่อไปล่ะ? ลุงไม่เห็นประโยชน์อะไรเลยที่หนูจะอยู่ที่นี่ กลับไปที่ศูนย์บัญชาการเถอะ มีงานสำคัญรอหนูอยู่เยอะแยะที่หน่วยวิจัย ปล่อยให้มาร์ดูคัสและคนอื่นๆควบคุมเรือลำนี้ แล้วหนูก็..."

"หนูบอกหลายครั้งแล้วนะคะ ว่าหนูจะไม่ออกจากหน่วยนี้" เธอยืนยันเสียงแข็ง

"งั้นลุงจะสั่งให้ออกเอง"

"ถ้างั้น หนูก็จะออกจากมิธริล"

พลเรือเอกบอร์ด้าถอนหายใจ

"จริงๆเล้ย หนูเนี่ยหัวดื้อเหมือนพ่อไม่มีผิด ลุงปวดหัวกับเจ้านั่นมาหลายทีแล้ว"

"ขอโทษค่ะคุณลุง แต่พวกเขาเป็นเพื่อนคนสำคัญของหนู แล้วก็..."

"หนูกำลังจะพูดถึง เลียวนาร์ดใช่ไหม?"

บอร์ด้าอ่านใจเธอออก เทสซ่าก้มหน้า

"ค่ะ...พี่เขาปรากฎตัวอออกมาแล้ว เขาน่ากลัวมาก ถ้าจะต่อกรกับพี่ ก็ต้องพึ่งพลังของหนูเท่านั้น"

"ถ้าเป็นแบบนั้น มันจะไม่เป็นไรจริงๆเหรอ? เรายังไม่ทราบความตั้งใจของเขาก็จริงอยู่ แต่อย่างน้อยก็ดูเหมือนว่าเลียวนาร์ดไม่ได้อยู่ข้างเราแน่ๆ ถ้าต้องเผชิญหน้ากันจริงๆ หนูจะไม่ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นหรอกหรือ?"

"..."

"ยังจะโทษตัวเองเกี่ยวกับเรื่องของนานี่อยู่ใช่ไหม?"

"..."

"เอาล่ะ แค่นี้ก่อนแล้วกัน ยังมีเรื่องที่ต้องจัดการกับเจ้าคนทรยศบรูโน่นั่นก่อนสินะ"

เทสซ่าฝืนยิ้ม

"ค่ะ ตามที่อยู่ปัจจุบันนี้ เขาอยู่ไกลออกไป..."

*****
(จบส่วนที่ 1)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ่านแล้วก็สนุกดีครับ

แวะมาให้กำลังใจ ทำต่อให้จบนะท่านbig smile

#1 By icechan (202.149.25.241) on 2008-05-23 21:04

ขอบคุณครับ ส่วนที่ 2 อัพแล้วครับ

#2 By milfeulle on 2008-05-24 20:57