Full Metal Panic! The End of Day by Day แปลไทย (บทที่ 2 ส่วนที่ 2)
posted on 19 Jul 2008 21:01 by ilolamai in Fullmetalpanic
(บทที่ 2 Under the Water's Surface ส่วนที่2)
16 ตุลาคม 14.59น.(เวลาท้องถิ่นญี่ปุ่น)
โชฟุฉี โตเกียว ญี่ปุ่น
โรงเรียนมัธยมจินได
หนึ่งสัปดาห์หลังการสอบ โรงเรียนก็เข้าสู่ช่วงเวลาของการแนะแนว
ถึงแม้ว่าชื่อของมันคือ"การแนะแนว" แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว ก็เป็นเพียงการเข้าไปฟังบทเทศนาอันยาวเหยียดของเหล่าอาจารย์เท่านั้นเอง
อาจารย์ใหญ่กล่าว:
"....ทุกคนอาจจะคิดว่า "ฉันพึ่งจะอยู่ชั้นปีสองเองนะ" อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นเพียงนักเรียนปีสอง แต่พวกเธอก็ควรจะพิจารณาอย่างจริงจังว่าจะทำอะไรเมื่อเรียนจบไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำเช่นนี้ นายจ้างมักจะต้องการรู้ว่า พวกเธอเรียนอะไรมาบ้างและมีความสามารถด้านใดบ้าง มากกว่าเรื่องชื่อเสียงของสถาบันการศึกษา ดังนั้นแล้วพวกเธอจึงควรคิดถึงเรื่องนี้ให้มาก พอๆกับแผนการในอนาคต..." บลาๆๆๆๆ
ที่อาจารย์พูดมาทั้งหมดน่ะ เอาเถอะ...คานาเมะและคนอื่นๆคิด
อาจารย์หัวหน้าชั้นปีกล่าว:
"...เข้าใจไหม? เลิกคิดว่า"ฉันจะต้องพยายามเข้ามหาวิทยาลัยหรือหางานให้ได้ ความคิดเหล่านั้นจะนำไปสู่ผลลัพท์ที่เลวร้ายยิ่งกว่า ลองดูพวกนักซูโม่สิ ถึงพวกเขาจะพยายามอย่างถึงที่สุด เพื่อจะได้เป็นแชมป์เปี้ยนผู้ยิ่งใหญ่ แต่เซคิโทริ(ลำดับชั้นของนักซูโม่)เกือบทั้งหมดก็ไม่สามารถทำได้ แต่กับเซคิโทริซึ่งหวังเพียงว่าให้ได้เป็นจูเรียว(นักซูโม่ระดับรอง)ก็เพียงพอแล้ว ก็จะสามารถเป็นจูเรียวได้ การแข่งขันในสังคมนี้ก็เหมือนกัน เรียกได้ว่า..." บลาๆๆๆ
แต่เราไม่ใช่นักซูโม่นี่นา คานาเมะและคนอื่นๆคิด
นักเรียนปีสองทั้ง 320 คนที่ถูกต้อนมารวมตัวกันในโรงยิม ไม่ได้รู้สึกมีส่วนร่วมเอาซะเลย
ขณะที่คอของคานะเมะกำลังจะพับไปด้วยความเบื่อหน่าย ปาฐกถาสุดท้ายก็จบลง
"...จงพยายามให้มาก และคิดไตร่ตรองดูให้ดี ครูจะวางแผ่นพับข้อมูลไว้หน้าห้องแนะแนว ให้คนที่สนใจมาหยิบไปอ่านได้"
นักเรียนทั้งหมดทยอยออกจากโรงยิม เริ่มจากห้องทับ 1 ไล่ไปตามลำดับ เนื่องจากการแนะแนวกินเวลานาน 6 ชั่วโมง จึงเหลือเวลาก่อนเลิกเรียนอีกไม่เท่าไร
ระหว่างทางกลับบ้าน คานาเมะนั่งลงบนเก้าอี้รถไฟที่กำลังสั่น เธอถอนหายใจยาว
"หลับสบายดีสินะ คานะจัง.."เคียวโกะซึ่งกำลังนั่งลงข้างๆพูด
โซสึเกะยืนหน้าบึ้งอยู่หน้าพวกเธอ ขอบตาดำคล้ำเนื่องจากอดนอน เขาต้องทำงานทั้งกลางวันและกลางคืนตั้งแต่วันอาทิตย์ เพื่อประกอบรถยนต์ของอาจารย์คากุระซากะคืน
"ก็นะ ฉันไม่เอาเรื่องแนะแนวนั่นมาคิดจริงจังนักหรอก" คานาเมะพูด ปิดปากหาว นอกจากพวกความคิดเห็นต่างๆแล้ว เธออยากจะฟังอะไรที่มันเป็นรูปธรรมมากกว่านี้ อย่างเช่น "รายได้เฉลี่ยของพวกนักกฎหมาย มากขนาดนี้เลยนะ" หรือ "ยากนะที่จะเข้าบริษัทที่เป็นที่นิยมแบบนั้นได้"หรือ "เลิกคิดที่จะเป็นอนิเมเตอร์เถอะ" หรืออะไรทำนองนั้น
"แต่พวกอาจารย์ก็พูดดีเหมือนกันนะ ฉันยังฉุกคิดนิดๆเลย"
"หา เคียวโกะ เธอตั้งใจฟังด้วยเหรอเนี่ย?"
"อืม ฉันเริ่มคิดเรื่องของตัวเองบ้างแล้วล่ะ คือ ฉันตั้งใจทำงานหลังเรียนจบ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี..."
"เหอออ.."คานาเมะครางออกมาอย่างไม่แน่ใจ ไม่รู้ทำไมที่ตอนนั้นใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์เสมอของเคียวโกะจะดูแก่กว่าปกติ และเมื่อเธอเห็นว่าคานาเมะกำลังจ้องเธออย่างจริงจัง จึงยิ้มออกมาอย่างอายๆ
"คือ...ฉันก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรขนาดนั้นหรอกนะ ว่าแต่ว่า..."
เคียวโกะเงยหน้าไปมองโซสึเกะซึ่งยืนอยู่ข้างหน้า
"ซางาระคุง ฉันคิดมาซักพักแล้วนะ ผมของเธอเริ่มจะยาวแล้วหรือเปล่า?"
"?"
โซสึเกะมองเธออย่างงงๆ
คานาเมะทำตามเคียวโกะ เธอหันไปมองโซสึเกะด้วยอีกคน
ทรงผมของเขาก็ยังเหมือนเดิม ยาวพอประมาณ ถูกตัดอย่างลวกๆ แต่เมื่อมองดูใกล้ๆแล้ว ก็จะเห็นได้ว่ามันยาวกว่าแต่ก่อน แล้วก็ดูเหมือนว่าผมข้างหน้าจะงอกออกมาเล็กน้อย ซึ่งจะมองเห็นไม่ได้จากทุกมุม
แม้จะดูไม่น่าเกลียดและความยาวนั้นก็ยังไม่มาก แต่ก็ยาวพอที่จะทำให้รำคาญได้
"จะว่าไปแล้ว มันก็จริงแฮะ..."คานาเมะพูด ใช้มือรวบปอยผมของโซสึเกะเอาไว้
"มันดูแปลกเหรอ?"
"ไม่ ไม่แปลกหรอก แต่....จะว่าไปแล้ว นายไปทำผมที่ไหนบ้างรึเปล่าเนี่ย?"
"ทำผม หมายความว่าไง?"
"ร้านตัดผมน่ะ"
"...อ้อ ไม่หรอก ฉันตัดผมฉันเอง"
"ใช้กรรไกรน่ะเหรอ?"
"ใช้นี่" เขาพูดพร้อมกับชักมีดสนามขนาดใหญ่ออกมาจากเครื่องแบบ
"อ้อ เข้าใจล่ะ... อย่างนี้นี่เอง"
ในที่สุดเธอก็เข้าใจแล้วว่า ทำไมผมของเขามันถึงได้ดูยุ่งเหยิงอยู่ตลอดเวลา
ตอนนั้นเองที่เคียวโกะดูท่าจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอชี้นิ้วขึ้นและพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า "นี่ ฉันพึ่งนึกอะไรออก ทำไมเราไม่ลองพาซางาระคุงไปร้านทำผมดูบ้างล่ะ เขาจะได้ลองเปลี่ยนทรงผมบ้าง"
"ฮ่าๆ น่าสนใจดีนี่"
"ใช่ไหมๆ ฉันว่าลองเสยขึ้นหมดก็น่าจะดีนะ"
"ไม่ล่ะ มันดูเป็นทางการเกินไป"
"แล้วทรงกะลาครอบล่ะ จะได้ลองสวมแว่นสีด้วย"
"ไม่น่า ฮิๆๆ แต่ถ้าทำทรงยากูซ่าก็คงจะตลกดีนะ จริงมั้ย?"
"เอาจริงเหรอเนี่ย?"
"ยิ่งถ้าใส่หูหมาไปด้วยล่ะก็จะยิ่งแจ๋ว"
"นั่นไม่ใช่ร้านตัดผมแล้ว..."
ทั้งคู่คุยเรื่อยเปื่อย พูดถึงทรงผมที่เป็นไปได้หลายๆแบบ
ตอนที่เริ่มคุยกัน พวกเธอคิดว่าคงจะเป็นเรื่องตลก แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ฟังทั้งสองสาวคุยกันแล้ว โซสึเกะกลับตัดสินในที่จะทำตามคำแนะนำของพวกเธอ
"เอาอย่างนั้นก็ได้"
"หา?"
"ไปร้านตัดผม นักเรียนม.ปลายทั่วไป ตัดผมกันที่นั่นใช่ไหมล่ะ?"
ทั้งหมดออกจากสถานีรถไฟโชฟุทางทางออกทิศใต้ เดินต่อไปอีกหน่อยก็มาถึงร้านตัดผมที่ดูสบายๆ
(ร้านตัดผมในอาฟกานิสถานไม่เหมือนกับที่นี่เลย...)
โซสึเกะคิดขณะมองดูร้านจากภายนอก ถึงจะมีร้านตัดผมหลายร้านในดินแดนแห่งความยุ่งเหยิงที่เขาเติบโตมา แต่เขาก็ไม่เคยสังเกตถึงความแตกต่างของมันจนกระทั่งถึงบัดนี้ ในตอนนี้ความสมัครใจที่จะไปร้านตัดผมเกิดขึ้นจากความตั้งใจของตัวเขาเอง
เขาอยากที่จะปรับตัวให้เข้ากับชีวิตในเมืองมากขึ้น ซึ่งแรงจูงใจนี้ไม่เกี่ยวกับงาน ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องที่เหมาพูดกับเขาเมื่อสองสามวันก่อน เขาอาจจะไม่สนใจคิดถึงมันก็ได้
แน่นอนว่า มันเกิดจากความอยากรู้อยากเห็นด้วยเช่นกัน
"ที่นี่เป็นไง?"
"แล้วแต่เธอแล้วกัน" เขาพูด แล้วทั้งสามก็เดินเข้าไปในร้าน
"ตัดผมหน่อยค่ะ" คานาเมะพูดกับช่างทำผมที่มาต้อนรับ ซึ่งเขาก็ดูเหมือนจะเข้าใจสถานการณ์ดี จึงยิ้มหวานบอกโซสึเกะว่า"เชิญทางนี้เลยครับ"
"ได้..."
โซสึเกะนั่งอย่างงุ่มงามลงบนเก้าอี้ ช่างทำผมผูกผ้าขนหนูรอบคอของเขาก่อนที่จะคลุมทั้งตัวด้วยผืนผ้าใบ
"จะให้ทำทรงอะไรดีครับ?" ช่างทำผมถามคานาเมะกับเคียวโกะที่ยืนอยู่ข้างๆ
"ว่าไงล่ะ คานะจัง?"
"อืมมม ฉันว่าเราคงต้องเลิกล้อเล่นเรื่องทรงโมฮิแกนหรืออะไรพวกนั้นแล้วสินะ"
"โอ้ ทรงโมฮิแกนก็ดีนะครับ ผมยังอยากลองตัดดูสักครั้งเลย" ช่างทำผมพูดเล่น ทำเอาคานาเมะกับเคียวโกะหัวเราะออกมา แล้วจึงคุยกันว่าจะเอายังไงดี หลังจากตกลงกันสองสามนาที พวกเธอจึงเลือกทางที่ดูจะปลอดภัยที่สุด
"งั้น ตัดให้สั้นจนกว่าจะเห็นขนตาแล้วกันค่ะ ส่วนข้างหลังที่มันยาวออกมาก็ช่วยเล็มให้ด้วย... ว่างั้นมั้ยโซสึเกะ"
"ได้"
"งั้นก็ดี ฝากด้วยนะคะ พวกเราจะไปรออยู่ตรงนั้น" เธอพูดพร้อมกับโบกมือเล็กน้อยแล้วจึงเดินไปที่รับแขกพร้อมกับเคียวโกะ ในตอนนั้นเองโซสึเกะรู้สึกเหมือนช่วยตัวเองไม่ได้ ไม่ มันไม่ใช่อย่างนั้นหรอก
เขารู้สึกไม่ค่อยดี แม้ว่าจะไม่มีอะไรแปลกๆเกิดขึ้น แต่เขาก็ยังรู้สึกกังวลอยู่ลึกๆ
(ฉันคิดไปเองรึเปล่านะ...?)
เขาไม่รู้ สัญชาตญาณของเขามันมักจะไม่ปกติเสมอ เวลาที่อยู่ในเมืองที่สงบเงียบแบบนี้ คงจะพูดได้ว่า เขาคงจะไม่สามารถไว้ใจมันได้ตลอดเวลา ไม่ต้องพูดถึงเลยว่ากี่ครั้งแล้วที่เขาต้องยุ่งยากเพราะเชื่อในสัญชาตญาณนั้น
"...เอาล่ะ จะสระผมแล้วนะครับ"
ช่างทำผมเริ่มเทแชมพูลงบนศีรษะของโซสึเกะ
"เดี๋ย..." โซสึเกะจะพูด แต่เขาก็ยั้งเอาไว้
"ครับ?"
"ไม่ ไม่มีอะไร ทำต่อไปเถอะ"
ช่างทำผมมองอย่างสงสัย แต่ก็เทแชมพูลงไปต่อ ฟองเริ่มมากขึ้นจากมือที่นวดลงไปบนผมของโซสึเกะ ชายแปลกหน้าที่เขาไม่เคยพบมาก่อน กำลังกดนิ้วอย่างกระฉับกระเฉงลงบนหนังศีรษะของเขา
"คันตรงไหนหรือเปล่าครับ?"
"...ไม่" เขาตอบสั้นๆ แม้ว่าจริงๆแล้วมันคันไปทั่ว
เขารู้สึกไม่สบายใจ เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก ถ้าของที่อยู่ในขวดเป็นยาพิษล่ะ หรือถ้าช่างทำผมมีเข็มพิษซ่อนอยู่ในนิ้ว แล้วถ้าเขามีปืนพกอัตโนมัติขนาดเล็กซ่อนอยู่ในเสื้อคลุมด้วยล่ะ
เขาไม่มีทางที่จะป้องกันตัวเองได้เลย
(อย่ากังวลน่า นี่ก็แค่ฟองธรรมดา..แล้วคนนั้นก็เป็นแค่ช่างตัดผมธรรมดา)
โซสึเกะบอกตัวเอง ความคิดที่ว่าช่างตัดผมจะเป็นนักฆ่านั้นไร้สาระ เนื่องจากคนที่เลือกร้านนี้คือคานาเมะ แล้วเขาก็พึ่งจะตัดสินใจมาที่นี่เมื่อสักครู่นี้เอง จึงเป็นไปไม่ได้ที่ศัตรูซึ่งมีเป้าหมายที่เขาหรือคานาเมะจะวางแผนจู่โจมได้ทัน
"เสร็จแล้วครับ เชิญทางนี้หน่อยครับ" ช่างทำผมบอกโซสึเกะ เขากำลังเปิดน้ำร้อนใส่อ่างที่อยู่ตรงหน้า
"?"
"ผมจะได้ล้างแชมพูออกไงครับ"
"ได้..."
เขาทำท่าบอกให้โซสึเกะจุ่มศีรษะลงไปในอ่าง
แต่ถ้าเขาทำแบบนั้น ทัศนวิสัยของเขาก็จะเป็นศูนย์ แถมนั่นยังเป็นท่าที่บังคับให้เปิดคอที่ไร้การป้องกันต่อคนแปลกหน้าอีกด้วย ซึ่งทำให้คนๆนั้นสามารถจะทำอะไรก็ได้ ทั้งการกระแทกไขสันหลังเขาด้วยอาวุธ หรือแทงเข็มฉีดยาเข้าใส่ หรือว่าจะมีศัตรูคนอื่นซุ่มอยู่ข้างนอกอีก
"มีอะไรหรือครับ?"
"จำเป็นต้องทำแบบนั้นด้วยเหรอ?"
ช่างทำผมประหลาดใจมาก เขาส่งยิ้มแบบยุ่งยากใจให้โซสึเกะ
"ก็แน่นอนครับ ไม่อย่างนั้นผมก็คงตัดผมให้คุณไม่ได้สิครับ เชิญทางนี้"
"..."
ความหวาดหวั่นเข้าจู่โจม เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ก้มศีรษะลงไปในอ่างล้างหน้า ภายใต้ผ้าคลุมนั้น เขาดึงเอาปืนพกอัตโนมัติออกจากซอง ซึ่งช่วยให้เขาอุ่นใจขึ้นมาเล็กน้อย
"น้ำเป็นยังไงบ้างครับ?"
"...ปกติ" เขาตอบ ทั้งที่กังวลจนไม่รู้สึกถึงอุณหภูมิน้ำเอาซะเลย
ถ้าเขาประมาทเพียงเสี้ยววินาที ชายคนนี้จะสังหารเขาไหม ที่เขาทำอยู่นี่ ไม่ได้เป็นการทำให้ตัวเองไร้การป้องกันงั้นหรือ น่าแปลก แล้วถ้าจะมีใครใช้กลวิธีที่ไม่คาดคิด ล่อหลอกให้เขามายังร้านตัดผม แล้วปลอมตัวเป็นช่างทำผมล่ะ แล้วถ้ามีศัตรูคนอื่นติดตามเขามาตอนที่เขารู้สึกไม่มั่นคงล่ะ
ใช่แล้ว เขาไม่มีทางที่จะวางใจได้ ยิ่งกว่านั้นยังมีคนที่ต้องการตัวคานาเมะอยู่ ถ้าเขาตายลงตรงนี้ ใครล่ะจะคอยคุ้มกันเธอ
"เอาล่ะ เสร็จแล้วครับ ทีนี้ก็-"
เขาคลุมผ้าขนหนูครอบศีรษะของโซสึเกะแล้วพาเขากลับมานั่งที่ โซสึเกะมองไม่เห็นเพราะมีผ้าขนหนูคลุมอยู่ และวิธีการที่ช่างทำผมขยี้ศีรษะของเขาเพื่อทำให้ผมแห้งก็ทรมานเขาเหลือเกิน
"ได้เวลาตัดผมแล้ว..." ช่างตัดผมพูดพร้อมกับขยับกรรไกร เขาค่อยๆสางผมของโซสึเกะออก ชายผู้ไม่ทราบที่มากำลังยืนอยู่ข้างหลังเขาพร้อมกับถือวัตถุมีคม
สัญญาณเตือนดังสนั่นอยู่ภายในใจของโซสึเกะ
ไม่ดีแล้ว ควบคุมตัวเองหน่อย ถ้าเป็นแบบนี้ นายจะ...
มันเกินไปแล้ว
ร่างของเขาเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง เมื่อกรรไกรขยับเข้ามาใกล้ โซสึเกะรวบแขนของชายคนนั้นไว้ เขากระโดดลุกออกจากเก้าอี้ แล้วดันช่างทำผมไปกระแทกกับกระจกตรงหน้า
"อะ...อะไรกัน"
"อย่าขยับ!!" โซสึเกะสั่งเสียงเฉียบขาด เขามองกราดไปยังพนักงานและลูกค้าคนอื่นที่กำลังตื่นตระหนก หันปืนไปทางพวกนั้น
"..."
แต่ก็ไม่มีวี่แววของศัตรูแต่อย่างใด ช่างทำผมที่ถูกโซสึเกะเอาปืนกดไว้อีกครั้งครางเสียงแผ่วๆและกำลังดิ้นรน เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ไม่มีการคุกคาม ไม่ว่าจะในร้านหรือนอกร้าน
สัญชาตญาณของเขาผิดอีกแล้ว เหมือนเคย..
"โซสึเกะ!?"
คานาเมะลุกมาจากที่รับแขก เธอเดินตรงมาที่เขา ในมือถือหนังสือแฟชั่นที่ม้วนไว้กลมแน่น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธอกำลังโกรธ
(ใช่แล้ว มีการคุกคามอย่างหนึ่งล่ะ...)
โซสึเกะพร้อมรับชะตากรรม แล้วตอนนั้นเอง กระบองที่ทำขึ้นชั่วคราวก็ฟาดลงบนศีรษะของเขา
(จบบทที่ 2 Under the Water's Surface ส่วนที่2)
16 ตุลาคม 14.59น.(เวลาท้องถิ่นญี่ปุ่น)
โชฟุฉี โตเกียว ญี่ปุ่น
โรงเรียนมัธยมจินได
หนึ่งสัปดาห์หลังการสอบ โรงเรียนก็เข้าสู่ช่วงเวลาของการแนะแนว
ถึงแม้ว่าชื่อของมันคือ"การแนะแนว" แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว ก็เป็นเพียงการเข้าไปฟังบทเทศนาอันยาวเหยียดของเหล่าอาจารย์เท่านั้นเอง
อาจารย์ใหญ่กล่าว:
"....ทุกคนอาจจะคิดว่า "ฉันพึ่งจะอยู่ชั้นปีสองเองนะ" อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นเพียงนักเรียนปีสอง แต่พวกเธอก็ควรจะพิจารณาอย่างจริงจังว่าจะทำอะไรเมื่อเรียนจบไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำเช่นนี้ นายจ้างมักจะต้องการรู้ว่า พวกเธอเรียนอะไรมาบ้างและมีความสามารถด้านใดบ้าง มากกว่าเรื่องชื่อเสียงของสถาบันการศึกษา ดังนั้นแล้วพวกเธอจึงควรคิดถึงเรื่องนี้ให้มาก พอๆกับแผนการในอนาคต..." บลาๆๆๆๆ
ที่อาจารย์พูดมาทั้งหมดน่ะ เอาเถอะ...คานาเมะและคนอื่นๆคิด
อาจารย์หัวหน้าชั้นปีกล่าว:
"...เข้าใจไหม? เลิกคิดว่า"ฉันจะต้องพยายามเข้ามหาวิทยาลัยหรือหางานให้ได้ ความคิดเหล่านั้นจะนำไปสู่ผลลัพท์ที่เลวร้ายยิ่งกว่า ลองดูพวกนักซูโม่สิ ถึงพวกเขาจะพยายามอย่างถึงที่สุด เพื่อจะได้เป็นแชมป์เปี้ยนผู้ยิ่งใหญ่ แต่เซคิโทริ(ลำดับชั้นของนักซูโม่)เกือบทั้งหมดก็ไม่สามารถทำได้ แต่กับเซคิโทริซึ่งหวังเพียงว่าให้ได้เป็นจูเรียว(นักซูโม่ระดับรอง)ก็เพียงพอแล้ว ก็จะสามารถเป็นจูเรียวได้ การแข่งขันในสังคมนี้ก็เหมือนกัน เรียกได้ว่า..." บลาๆๆๆ
แต่เราไม่ใช่นักซูโม่นี่นา คานาเมะและคนอื่นๆคิด
นักเรียนปีสองทั้ง 320 คนที่ถูกต้อนมารวมตัวกันในโรงยิม ไม่ได้รู้สึกมีส่วนร่วมเอาซะเลย
ขณะที่คอของคานะเมะกำลังจะพับไปด้วยความเบื่อหน่าย ปาฐกถาสุดท้ายก็จบลง
"...จงพยายามให้มาก และคิดไตร่ตรองดูให้ดี ครูจะวางแผ่นพับข้อมูลไว้หน้าห้องแนะแนว ให้คนที่สนใจมาหยิบไปอ่านได้"
นักเรียนทั้งหมดทยอยออกจากโรงยิม เริ่มจากห้องทับ 1 ไล่ไปตามลำดับ เนื่องจากการแนะแนวกินเวลานาน 6 ชั่วโมง จึงเหลือเวลาก่อนเลิกเรียนอีกไม่เท่าไร
ระหว่างทางกลับบ้าน คานาเมะนั่งลงบนเก้าอี้รถไฟที่กำลังสั่น เธอถอนหายใจยาว
"หลับสบายดีสินะ คานะจัง.."เคียวโกะซึ่งกำลังนั่งลงข้างๆพูด
โซสึเกะยืนหน้าบึ้งอยู่หน้าพวกเธอ ขอบตาดำคล้ำเนื่องจากอดนอน เขาต้องทำงานทั้งกลางวันและกลางคืนตั้งแต่วันอาทิตย์ เพื่อประกอบรถยนต์ของอาจารย์คากุระซากะคืน
"ก็นะ ฉันไม่เอาเรื่องแนะแนวนั่นมาคิดจริงจังนักหรอก" คานาเมะพูด ปิดปากหาว นอกจากพวกความคิดเห็นต่างๆแล้ว เธออยากจะฟังอะไรที่มันเป็นรูปธรรมมากกว่านี้ อย่างเช่น "รายได้เฉลี่ยของพวกนักกฎหมาย มากขนาดนี้เลยนะ" หรือ "ยากนะที่จะเข้าบริษัทที่เป็นที่นิยมแบบนั้นได้"หรือ "เลิกคิดที่จะเป็นอนิเมเตอร์เถอะ" หรืออะไรทำนองนั้น
"แต่พวกอาจารย์ก็พูดดีเหมือนกันนะ ฉันยังฉุกคิดนิดๆเลย"
"หา เคียวโกะ เธอตั้งใจฟังด้วยเหรอเนี่ย?"
"อืม ฉันเริ่มคิดเรื่องของตัวเองบ้างแล้วล่ะ คือ ฉันตั้งใจทำงานหลังเรียนจบ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี..."
"เหอออ.."คานาเมะครางออกมาอย่างไม่แน่ใจ ไม่รู้ทำไมที่ตอนนั้นใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์เสมอของเคียวโกะจะดูแก่กว่าปกติ และเมื่อเธอเห็นว่าคานาเมะกำลังจ้องเธออย่างจริงจัง จึงยิ้มออกมาอย่างอายๆ
"คือ...ฉันก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรขนาดนั้นหรอกนะ ว่าแต่ว่า..."
เคียวโกะเงยหน้าไปมองโซสึเกะซึ่งยืนอยู่ข้างหน้า
"ซางาระคุง ฉันคิดมาซักพักแล้วนะ ผมของเธอเริ่มจะยาวแล้วหรือเปล่า?"
"?"
โซสึเกะมองเธออย่างงงๆ
คานาเมะทำตามเคียวโกะ เธอหันไปมองโซสึเกะด้วยอีกคน
ทรงผมของเขาก็ยังเหมือนเดิม ยาวพอประมาณ ถูกตัดอย่างลวกๆ แต่เมื่อมองดูใกล้ๆแล้ว ก็จะเห็นได้ว่ามันยาวกว่าแต่ก่อน แล้วก็ดูเหมือนว่าผมข้างหน้าจะงอกออกมาเล็กน้อย ซึ่งจะมองเห็นไม่ได้จากทุกมุม
แม้จะดูไม่น่าเกลียดและความยาวนั้นก็ยังไม่มาก แต่ก็ยาวพอที่จะทำให้รำคาญได้
"จะว่าไปแล้ว มันก็จริงแฮะ..."คานาเมะพูด ใช้มือรวบปอยผมของโซสึเกะเอาไว้
"มันดูแปลกเหรอ?"
"ไม่ ไม่แปลกหรอก แต่....จะว่าไปแล้ว นายไปทำผมที่ไหนบ้างรึเปล่าเนี่ย?"
"ทำผม หมายความว่าไง?"
"ร้านตัดผมน่ะ"
"...อ้อ ไม่หรอก ฉันตัดผมฉันเอง"
"ใช้กรรไกรน่ะเหรอ?"
"ใช้นี่" เขาพูดพร้อมกับชักมีดสนามขนาดใหญ่ออกมาจากเครื่องแบบ
"อ้อ เข้าใจล่ะ... อย่างนี้นี่เอง"
ในที่สุดเธอก็เข้าใจแล้วว่า ทำไมผมของเขามันถึงได้ดูยุ่งเหยิงอยู่ตลอดเวลา
ตอนนั้นเองที่เคียวโกะดูท่าจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอชี้นิ้วขึ้นและพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า "นี่ ฉันพึ่งนึกอะไรออก ทำไมเราไม่ลองพาซางาระคุงไปร้านทำผมดูบ้างล่ะ เขาจะได้ลองเปลี่ยนทรงผมบ้าง"
"ฮ่าๆ น่าสนใจดีนี่"
"ใช่ไหมๆ ฉันว่าลองเสยขึ้นหมดก็น่าจะดีนะ"
"ไม่ล่ะ มันดูเป็นทางการเกินไป"
"แล้วทรงกะลาครอบล่ะ จะได้ลองสวมแว่นสีด้วย"
"ไม่น่า ฮิๆๆ แต่ถ้าทำทรงยากูซ่าก็คงจะตลกดีนะ จริงมั้ย?"
"เอาจริงเหรอเนี่ย?"
"ยิ่งถ้าใส่หูหมาไปด้วยล่ะก็จะยิ่งแจ๋ว"
"นั่นไม่ใช่ร้านตัดผมแล้ว..."
ทั้งคู่คุยเรื่อยเปื่อย พูดถึงทรงผมที่เป็นไปได้หลายๆแบบ
ตอนที่เริ่มคุยกัน พวกเธอคิดว่าคงจะเป็นเรื่องตลก แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ฟังทั้งสองสาวคุยกันแล้ว โซสึเกะกลับตัดสินในที่จะทำตามคำแนะนำของพวกเธอ
"เอาอย่างนั้นก็ได้"
"หา?"
"ไปร้านตัดผม นักเรียนม.ปลายทั่วไป ตัดผมกันที่นั่นใช่ไหมล่ะ?"
ทั้งหมดออกจากสถานีรถไฟโชฟุทางทางออกทิศใต้ เดินต่อไปอีกหน่อยก็มาถึงร้านตัดผมที่ดูสบายๆ
(ร้านตัดผมในอาฟกานิสถานไม่เหมือนกับที่นี่เลย...)
โซสึเกะคิดขณะมองดูร้านจากภายนอก ถึงจะมีร้านตัดผมหลายร้านในดินแดนแห่งความยุ่งเหยิงที่เขาเติบโตมา แต่เขาก็ไม่เคยสังเกตถึงความแตกต่างของมันจนกระทั่งถึงบัดนี้ ในตอนนี้ความสมัครใจที่จะไปร้านตัดผมเกิดขึ้นจากความตั้งใจของตัวเขาเอง
เขาอยากที่จะปรับตัวให้เข้ากับชีวิตในเมืองมากขึ้น ซึ่งแรงจูงใจนี้ไม่เกี่ยวกับงาน ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องที่เหมาพูดกับเขาเมื่อสองสามวันก่อน เขาอาจจะไม่สนใจคิดถึงมันก็ได้
แน่นอนว่า มันเกิดจากความอยากรู้อยากเห็นด้วยเช่นกัน
"ที่นี่เป็นไง?"
"แล้วแต่เธอแล้วกัน" เขาพูด แล้วทั้งสามก็เดินเข้าไปในร้าน
"ตัดผมหน่อยค่ะ" คานาเมะพูดกับช่างทำผมที่มาต้อนรับ ซึ่งเขาก็ดูเหมือนจะเข้าใจสถานการณ์ดี จึงยิ้มหวานบอกโซสึเกะว่า"เชิญทางนี้เลยครับ"
"ได้..."
โซสึเกะนั่งอย่างงุ่มงามลงบนเก้าอี้ ช่างทำผมผูกผ้าขนหนูรอบคอของเขาก่อนที่จะคลุมทั้งตัวด้วยผืนผ้าใบ
"จะให้ทำทรงอะไรดีครับ?" ช่างทำผมถามคานาเมะกับเคียวโกะที่ยืนอยู่ข้างๆ
"ว่าไงล่ะ คานะจัง?"
"อืมมม ฉันว่าเราคงต้องเลิกล้อเล่นเรื่องทรงโมฮิแกนหรืออะไรพวกนั้นแล้วสินะ"
"โอ้ ทรงโมฮิแกนก็ดีนะครับ ผมยังอยากลองตัดดูสักครั้งเลย" ช่างทำผมพูดเล่น ทำเอาคานาเมะกับเคียวโกะหัวเราะออกมา แล้วจึงคุยกันว่าจะเอายังไงดี หลังจากตกลงกันสองสามนาที พวกเธอจึงเลือกทางที่ดูจะปลอดภัยที่สุด
"งั้น ตัดให้สั้นจนกว่าจะเห็นขนตาแล้วกันค่ะ ส่วนข้างหลังที่มันยาวออกมาก็ช่วยเล็มให้ด้วย... ว่างั้นมั้ยโซสึเกะ"
"ได้"
"งั้นก็ดี ฝากด้วยนะคะ พวกเราจะไปรออยู่ตรงนั้น" เธอพูดพร้อมกับโบกมือเล็กน้อยแล้วจึงเดินไปที่รับแขกพร้อมกับเคียวโกะ ในตอนนั้นเองโซสึเกะรู้สึกเหมือนช่วยตัวเองไม่ได้ ไม่ มันไม่ใช่อย่างนั้นหรอก
เขารู้สึกไม่ค่อยดี แม้ว่าจะไม่มีอะไรแปลกๆเกิดขึ้น แต่เขาก็ยังรู้สึกกังวลอยู่ลึกๆ
(ฉันคิดไปเองรึเปล่านะ...?)
เขาไม่รู้ สัญชาตญาณของเขามันมักจะไม่ปกติเสมอ เวลาที่อยู่ในเมืองที่สงบเงียบแบบนี้ คงจะพูดได้ว่า เขาคงจะไม่สามารถไว้ใจมันได้ตลอดเวลา ไม่ต้องพูดถึงเลยว่ากี่ครั้งแล้วที่เขาต้องยุ่งยากเพราะเชื่อในสัญชาตญาณนั้น
"...เอาล่ะ จะสระผมแล้วนะครับ"
ช่างทำผมเริ่มเทแชมพูลงบนศีรษะของโซสึเกะ
"เดี๋ย..." โซสึเกะจะพูด แต่เขาก็ยั้งเอาไว้
"ครับ?"
"ไม่ ไม่มีอะไร ทำต่อไปเถอะ"
ช่างทำผมมองอย่างสงสัย แต่ก็เทแชมพูลงไปต่อ ฟองเริ่มมากขึ้นจากมือที่นวดลงไปบนผมของโซสึเกะ ชายแปลกหน้าที่เขาไม่เคยพบมาก่อน กำลังกดนิ้วอย่างกระฉับกระเฉงลงบนหนังศีรษะของเขา
"คันตรงไหนหรือเปล่าครับ?"
"...ไม่" เขาตอบสั้นๆ แม้ว่าจริงๆแล้วมันคันไปทั่ว
เขารู้สึกไม่สบายใจ เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก ถ้าของที่อยู่ในขวดเป็นยาพิษล่ะ หรือถ้าช่างทำผมมีเข็มพิษซ่อนอยู่ในนิ้ว แล้วถ้าเขามีปืนพกอัตโนมัติขนาดเล็กซ่อนอยู่ในเสื้อคลุมด้วยล่ะ
เขาไม่มีทางที่จะป้องกันตัวเองได้เลย
(อย่ากังวลน่า นี่ก็แค่ฟองธรรมดา..แล้วคนนั้นก็เป็นแค่ช่างตัดผมธรรมดา)
โซสึเกะบอกตัวเอง ความคิดที่ว่าช่างตัดผมจะเป็นนักฆ่านั้นไร้สาระ เนื่องจากคนที่เลือกร้านนี้คือคานาเมะ แล้วเขาก็พึ่งจะตัดสินใจมาที่นี่เมื่อสักครู่นี้เอง จึงเป็นไปไม่ได้ที่ศัตรูซึ่งมีเป้าหมายที่เขาหรือคานาเมะจะวางแผนจู่โจมได้ทัน
"เสร็จแล้วครับ เชิญทางนี้หน่อยครับ" ช่างทำผมบอกโซสึเกะ เขากำลังเปิดน้ำร้อนใส่อ่างที่อยู่ตรงหน้า
"?"
"ผมจะได้ล้างแชมพูออกไงครับ"
"ได้..."
เขาทำท่าบอกให้โซสึเกะจุ่มศีรษะลงไปในอ่าง
แต่ถ้าเขาทำแบบนั้น ทัศนวิสัยของเขาก็จะเป็นศูนย์ แถมนั่นยังเป็นท่าที่บังคับให้เปิดคอที่ไร้การป้องกันต่อคนแปลกหน้าอีกด้วย ซึ่งทำให้คนๆนั้นสามารถจะทำอะไรก็ได้ ทั้งการกระแทกไขสันหลังเขาด้วยอาวุธ หรือแทงเข็มฉีดยาเข้าใส่ หรือว่าจะมีศัตรูคนอื่นซุ่มอยู่ข้างนอกอีก
"มีอะไรหรือครับ?"
"จำเป็นต้องทำแบบนั้นด้วยเหรอ?"
ช่างทำผมประหลาดใจมาก เขาส่งยิ้มแบบยุ่งยากใจให้โซสึเกะ
"ก็แน่นอนครับ ไม่อย่างนั้นผมก็คงตัดผมให้คุณไม่ได้สิครับ เชิญทางนี้"
"..."
ความหวาดหวั่นเข้าจู่โจม เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ก้มศีรษะลงไปในอ่างล้างหน้า ภายใต้ผ้าคลุมนั้น เขาดึงเอาปืนพกอัตโนมัติออกจากซอง ซึ่งช่วยให้เขาอุ่นใจขึ้นมาเล็กน้อย
"น้ำเป็นยังไงบ้างครับ?"
"...ปกติ" เขาตอบ ทั้งที่กังวลจนไม่รู้สึกถึงอุณหภูมิน้ำเอาซะเลย
ถ้าเขาประมาทเพียงเสี้ยววินาที ชายคนนี้จะสังหารเขาไหม ที่เขาทำอยู่นี่ ไม่ได้เป็นการทำให้ตัวเองไร้การป้องกันงั้นหรือ น่าแปลก แล้วถ้าจะมีใครใช้กลวิธีที่ไม่คาดคิด ล่อหลอกให้เขามายังร้านตัดผม แล้วปลอมตัวเป็นช่างทำผมล่ะ แล้วถ้ามีศัตรูคนอื่นติดตามเขามาตอนที่เขารู้สึกไม่มั่นคงล่ะ
ใช่แล้ว เขาไม่มีทางที่จะวางใจได้ ยิ่งกว่านั้นยังมีคนที่ต้องการตัวคานาเมะอยู่ ถ้าเขาตายลงตรงนี้ ใครล่ะจะคอยคุ้มกันเธอ
"เอาล่ะ เสร็จแล้วครับ ทีนี้ก็-"
เขาคลุมผ้าขนหนูครอบศีรษะของโซสึเกะแล้วพาเขากลับมานั่งที่ โซสึเกะมองไม่เห็นเพราะมีผ้าขนหนูคลุมอยู่ และวิธีการที่ช่างทำผมขยี้ศีรษะของเขาเพื่อทำให้ผมแห้งก็ทรมานเขาเหลือเกิน
"ได้เวลาตัดผมแล้ว..." ช่างตัดผมพูดพร้อมกับขยับกรรไกร เขาค่อยๆสางผมของโซสึเกะออก ชายผู้ไม่ทราบที่มากำลังยืนอยู่ข้างหลังเขาพร้อมกับถือวัตถุมีคม
สัญญาณเตือนดังสนั่นอยู่ภายในใจของโซสึเกะ
ไม่ดีแล้ว ควบคุมตัวเองหน่อย ถ้าเป็นแบบนี้ นายจะ...
มันเกินไปแล้ว
ร่างของเขาเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง เมื่อกรรไกรขยับเข้ามาใกล้ โซสึเกะรวบแขนของชายคนนั้นไว้ เขากระโดดลุกออกจากเก้าอี้ แล้วดันช่างทำผมไปกระแทกกับกระจกตรงหน้า
"อะ...อะไรกัน"
"อย่าขยับ!!" โซสึเกะสั่งเสียงเฉียบขาด เขามองกราดไปยังพนักงานและลูกค้าคนอื่นที่กำลังตื่นตระหนก หันปืนไปทางพวกนั้น
"..."
แต่ก็ไม่มีวี่แววของศัตรูแต่อย่างใด ช่างทำผมที่ถูกโซสึเกะเอาปืนกดไว้อีกครั้งครางเสียงแผ่วๆและกำลังดิ้นรน เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ไม่มีการคุกคาม ไม่ว่าจะในร้านหรือนอกร้าน
สัญชาตญาณของเขาผิดอีกแล้ว เหมือนเคย..
"โซสึเกะ!?"
คานาเมะลุกมาจากที่รับแขก เธอเดินตรงมาที่เขา ในมือถือหนังสือแฟชั่นที่ม้วนไว้กลมแน่น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธอกำลังโกรธ
(ใช่แล้ว มีการคุกคามอย่างหนึ่งล่ะ...)
โซสึเกะพร้อมรับชะตากรรม แล้วตอนนั้นเอง กระบองที่ทำขึ้นชั่วคราวก็ฟาดลงบนศีรษะของเขา
(จบบทที่ 2 Under the Water's Surface ส่วนที่2)